beretta 92 ปืนพกยอดนิยม ทั้งในไทยและต่างประเทศ

Beretta 92   นั้นคือปืนที่ในวันนี้เราจะกล่าวถึง ไปย้อนคุ้ย ค้นหาประวัติมันมาลงลึกกันเพื่อสาธยายมันแก่ sweetheartsforsoldiers เราจะเริ่มต้นกันเลย ไปดูที่ชาติกำเนิด กระบอกนี้คือปืนชนิดปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ที่มันมีสัญชาติคืออิตาลี   ผ่านบริษัทผู้ให้กำเนิดในชื่อเดียวกันกับปืน คือบริษัท เบเร็ตตา    การให้รูปร่างรูปทรงของpistol หรือ ปืนพกชนิดนี้เรียกว่าคลาสสิค อมตะและเป็นภาพจำของปืนหลายเสียงที่กล่าวถึงปืนนี้   ก็อุปมาให้มันราวกับปืนชนิดนี้เป็นพระเอกสำหรับของโลกเหนี่ยวไกทีเดียว

ก็เพราะจากในด้านความแพร่หลายของการใช้งานปืนพกสั้นกี่งอัตโนมัติกระบอกนี้   มันๆได้ตั้งตนเป็นกระบอกต้นๆที่หลายประเทศเลือกใช้งานมาแล้ว 

ตั้งแต่ กองทัพสหรัฐ ที่ได้ตั้งสายการผลิตภายในประเทศเอง   ออกมาภายใต้ชื่อว่า “เบเร็ตตา เอ็ม9” เพื่อที่จากนั้นจะถูกเอาไปใช้แทนที่ปืนพก เอ็ม 1911,  กองทัพบราซิล ก็ได้ติดใจอานุภาพมันเช่นกัน   ที่นั่น บริษัทเทอร์ราสผลิตออกมาภายใต้ชื่อว่า   “เทอร์ราส พีที92”  เพื่อใช้ในกองทัพบราซิล, ทางกองทัพตุรกี  ก็มีบริษัทที่ผลิตออกมาเช่นกัน โดยเป็นบริษัทนามว่า  กรีซาน  เป็นผู้ผลิตออกมา โดยภายใต้การตั้งชื่อว่า  วายุส16   ด้วยจุดประสงค์เพื่อการใช้งานภายในกองทัพของตุรกี,  แอฟริกาใต้  ก็มีทางบริษัท เวกตอร์เป็นผู้ผลิต และให้ชื่อมันว่า “เวกตอร์ เอส16”, ทางอียิปต์ มี “เฮลวาน 920”, มาเลเซียก็ได้มีการนำปืนชนิดนี้ไปใช้ภายในหมู่ตำรวจ กองทัพ  หรือแม้แต่กองทัพบกไทยเอง ก็เช่นกัน

beretta 92


ชีวประวัติ

ที่มาระหว่างการกำเนิดของกระบอกคลาสสิคกระบอกนี้ กว่าจะยืนหยัดแพร่หลายเป็นที่รู้จักอย่างทุกวันนี้ มันเริ่มต้นด้วยแรงบันดาลจากปืนพกหลายชนิด ที่เหล่าเครื่องมือปลิดชีพรุ่นพี่นั้น ได้ฝากประสบการณ์ของลำกล้อง ไกปืน ส่วนประกอบต่างๆ มอบส่งมาให้แก่ เบเร็ตตา 92  แต่ทว่าหากจะกล่าวถึงสักรุ่นที่ให้แรงบันดาลใจเป็นพิเศษ  ก็คงต้องให้การอ้างอิงแก่ปืนที่ชื่อว่า วอลเทอร์ พี38 สำหรับส่วนประกอบต่างๆ ลำกล้อง ไกปืน และ บราวนิง ไฮ-พาวเวอร์ สำหรับรูปร่างตัวปืนกับระบบการทำงาน 

กลุ่มที่ร่วมคิดค้นให้กำเนิดสำหรับปืนชนิดนี้มี   การ์โล บาเร็ตตา, กียูเซปเป เมซเซสตี และวิคตอริโอ วาเล   ที่ร่วมกันออกแบบปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติกระบอกนี้ พวกเขาร่วมวงคิดค้นมันได้ จนเสร็จสมบูรณ์ราวปีพ.ศ.2518 นั่นคือปีที่baretta 92ได้ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างไม่เป้นทางการนักเพราะกว่าจะเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงๆและประกอบออกมาของมันก็คือช่วงปี พ.ศ.2519

ปืนชนิดนี้มีกระบอกอื่นๆในสายตระกูลอีกหลายรุ่นไม่ว่าจะ 92, 92D, 92เอฟเอส, เซ็นทรัลนิออล, อีลีท แอลทีที และอื่นๆ  สำหรับทางBerettaแต่ละรุ่นที่ผลิตออกมาก็จะมีการจำแนกเรียกตามขนาดกระสุนต่างๆอาทิเช่น Beretta 96 ใช้ขนาดขกระสุน .40 S&W    และ   Beretta 98 ใช้กระสุน 9×21mm IMI หรือ .65mm Luger 7.65x21mm

ย้อนไปอีกครั้งถึงการกำเนิดของมัน   คือเมื่อปีค.ศ.1975 นั่นคือปีที่บริษัท Beretta  นำเสนอberetta 92ที่เป็นแม่แบบรุ่นแรกสุด รายละเอียดอย่างโครงปืนส่วนท้ายมีการติดตั้ง ระบบคันนิรภัย หรือ frame mounted safety ที่ส่วนนี้ถูกใช้งานเมื่อได้มีการขึ้นนกปืนแล้ว    

 แม่แบบแรกสุดทางBerettaให้ชื่อว่า Beretta 92, early model รายละเอียดของรุ่นนี้คือลำเลื่อนส่วนหน้า ที่ได้มีการปาดลดน้ำหนักที่ด้านข้าง จากนั้นก็ได้คลอดโมเดลต่อมาอย่างที่ลำเลื่อนไม่มีการปาดที่ด้านข้าง ด้ามปืนมีแก้มประกบที่ด้ามสองข้างพร้อมด้วยโลโก้บาเร็ตตา 

ปี ค.ศ.1977 ทางบาเรตต้าออกแบบคิดค้นรุ่น Beretta 92S จากการหยิบดึงนำเอาโครงสร้างพื้นฐานของ Beretta 92 – basic model มาต่อยอด ให้เทคโนโลยีกลไกใหม่แก่กระบอกนี้คือ คันนิรภัยของปืนที่ได้รับการติดตั้งบนลำเลื่อนปืน มีการทำหน้าที่เป็นคันลดนกในตัว หรือ safety-decocker lever ในขณะที่ปุ่มปลดซองกระสุนหรือปลดแมกกาซีนนั้น ยังคงไว้ในตำแหน่งเดิม 

ต่อมาบาเรตตาก็ได้ต่อยอดมาเรื่อยๆ เมื่อปี1980 กับการออกแบบรุ่นBeretta 92SB ที่ในกระบอกนี้จะปรับปรุงคันนิรภัยเพื่อการใช้งานที่ง่ายและสะดวกขึ้น ปุ่มปลดแมกกาซีนหรือปุ่มปลดซองกระสุนถูกย้ายไปที่บริเวณฐานโกร่งไกปืน การออกแบบอยู่ที่ภายใต้แนวคิดแบบ ergonomic safety ซึ่งส่วนนี้ได้เกิดมาจากการพัฒนารุ่น 92S เป็น92s-1 ของสัญญาจ้างผลิตโดยกองทัพเรือสหรัฐ  

โดยสำหรับเทคโนโลยีการป้องกันภัยก็ยกตัวอย่างอาทิ 92SB ที่เพิ่มการนิรภัยส่วนของเข็มแทงชนวน หรือ firing pin block เข้ามาด้วย 

แต่ก่อนจะถึงคิวยุคของเบเรตตา สำหรับประจำการในกองทัพสหรัฐนั้น ก็มีพี่ใหญ่สุดหิน อย่างโคลท์1911 ชื่อนี้ถูกเรียกตามปีค.ศ.ที่มันเริ่มใช้ทางการ สหรัฐใช้ปืนพกกระบอกนี้ฝ่าฝันมาแล้วทั้งสงครามเวียดนามและสงความเกาหลี ทว่าถูกปลดประจำการไปในปี ค.ศ.1985 และถูกเบเรตตา 92F รหัส M9 เข้าชิงตำแหน่ง 

beretta 92 2

 เบเร็ตต้า โมเดล 92F ชื่อรหัส M9นี้  ใช้กระสุนขนาด 9 มม. ลูเกอร์ Luger ที่นี้มาจาก ชื่อวิศวกรคนออกแบบ หรือ  9×19 มม. มาตรฐานนาโต้ หรือ 9×19 mm. NATO  ซึ่งมีชื่อเรียกทางพาณิชย์ว่า 9 มม.พาราเบลลั่ม      parabellum ที่นี้อ้างอิงหยิบยืมจากคำขวัญภาษาละตินว่า Si vis pacem, para bellum  หรือแปลว่า If you seek peace, prepare for war  ของโรงงานผลิตอาวุธเยอรมันนามว่า Deutsche Waffen und Munitionsfabriken    

สำหรับข้อมูลคร่าวๆที่ถูกระบุไว้ ถึงการใช้งานของมัน    กระบอกนี้ใช้กระสุนขนาด 9×19 mm     มีความเร็วจากปากกระบอก 381เมตรต่อวินาที หรือ 1,250 ฟุตต่อวินาที      ระยะหวังผลนั้นอยู่ที่ระยะ 50เมตร หรือราว 160ฟุต    สำหรับ92 ซองกระสุนบรรจุได้ 10, 15, 17, 18, 20, 30, 32 นัดตามแต่ละรุ่น 

น้ำหนักของพระเอกสุดเหี้ยมนี้อยู่ที่ 950กรัม   ความยาว217มิลลิเมตรหรือ 8.5 นิ้ว   ความยาวลำกล้อง125มิลลิเมตรหรือ 4.9 นิ้ว 


Beretta 92  กับโฉมคร่าวๆ

Beretta 92   สำหรับชาว sweetheartsforsoldiers เราจะขอยกberetta 92 FS มาพูดถึงและรีวิว เริ่มยลกันก่อนตรงที่รูปโฉมภายนอก ไล่จากที่สไลด์ปืนลงสลักเขียน รุ่น92FS  FSจากคำว่าFull Size  คำว่าFull Sizeสำหรับตัวปืนในที่นี้หมายความถึงส่วนลำกล้อง ที่มีความยาว5นิ้ว   ด้านท้ายปืนถูกแกะลายเชคเกอร์เพื่อติดมือในการชักลำกล้อง       โก่งไกเว้ากว้างให้สัมผัสจังหวะระหว่างการลั่นไกให้มีพื้นที่และระยะกว่าเดิม       ลงมาที่ด้ามปืน  มีปุ่มปลดแมกกาซีนไว้ที่ฝั่งซ้าย  ซองกระสุนบรรจุ15นัด  

และอยู่เหนือที่บริเวณด้ามปืนฝั่งซ้าย ก็ให้ระบบการป้องกัน ที่ได้มีการออกแบบปุ่มเสริมที่จะใช้ในการเซฟและลดนกพร้อมๆกัน    ภายในตัวปุ่มเดียว  การทำงานของปุ่มนี้เรียกว่าน่าสนใจแก่การกล่าวถึงกันต่อ  ระบบของมันที่ทำงาน คือเมื่อเรากดปุ่มป้องกันนี้ที่ฝั่งซ้ายเหนือด้ามปืน มันจะทำการส่งกลไกให้เข็มแทงชนวนพลิกขึ้น   นั่นทำให้แฮมเมอร์จากแรงงัดนกปืน พุ่งเข้าไปแล้วไม่พบเข็มแทงชนวน   ปุ่มนี้จึงช่วยเสริมความปลอดภัยได้อย่างปลอดห่วงกับปืนพระเอกรุ่นนี้

beretta 92 3

รีวิวปืนพระเอกกระบอกนี้

บาเรตต้ายังมีberetta92รุ่นยิบย่อยต่างๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะ   Beretta 93R ที่เป็นปืนพกกล, ปี1989กับ Beretta 92G หรือในชื่อว่า Gendarmerie เพราะมันถูกใช้งานภายในหน่วยงานของฝรั่งเศส และอีกกระบอกในปีเดียวกัน กับ Beretta 92FS-C type M ที่ c  ตัวนี้มาจากcompact เป็นโมเดลลดขนาดลง บรรจุกระสุนได้8นัด ใช้ซองกระสุนแบบแถวเรียงเดี่ยว single-stack  

และต่อมาอีกในปี 1990 กับ Beretta 92DS ที่มากับระบบลั่นไกแบบ Double Action Only M  เป็นตัว92FS แบบที่ไม่มีคันนิรภัย  ในปีเดียวกันก็ยังมีอีกสองตัวคือ  Beretta 92D ระบบลั่นไกแบบ Double Action Onlyเช่นกันและไม่มีคันนิรภัย เสริมอีกส่วนคือไม่มีหงอนนกปืน อีกตัวคือ Beretta 92FS Inox กล่าวรวบๆว่าคือ Beretta 92FS  ที่ใช้โครงปืนสเตนเลสส์  

และสำหรับ Beretta 92FS ก็ยังมีตัวย่อยๆอื่นอีกอย่างอาทิ Beretta 92FS Brigadier จากปี1996 เป็น Model 92FSที่ถูกปรับความหนาของลำเลื่อนและชิ้นส่วน     อีกตัวคือ Beretta 92FS Centurion จากปี 1996เช่นกัน ที่ตัวนี้จะลดความยาวลำกล้องและลำเลื่อนลง โดยที่มีความยาวโดยรวมที่ 197 mm  ส่วนของความยาวลำกล้องยาว 103 mm

พอเข้าช่วงศตวรรษที่21ก็ได้มีบาเร็ตตาที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง  ในปี2003 Beretta 92Vertec ได้ถูกออกแบบขึ้นมา ผ่านแม่แบบของมันอย่าง Model 92FS แต่ปรับด้ามปืนแคบลง ตรงขึ้น มีรางติดอุปกรณ์ที่บริเวณใต้ลำกล้อง  อย่างต่อเนื่องในปี 2006 กับ Beretta 90two  ฐานเดิมตั้งต้นจากรุ่นModel 92 มี modular one-piece grip panelsหรือการใช้แก้มประกบด้ามปืนชิ้นเดียว   รางติดอุปกรณ์บริเวณใต้ลำกล้องพร้อมที่ครอบราง แถมด้วยตัว recoil buffer 

เถิบมาต่อปี2019 ที่Beretta 92X / 92X Performance รุ่นที่ใช้รูปแบบvertec รูปร่างดูคล้ายกับ M9A3 ศูนย์หน้า red fiberoptic front sight ปรับแต่งส่วนต่างๆเพิ่มเติมอาทิ ศูนย์หลังปรับได้  พัฒนาให้โครงปืนเบาลงใช้โลหะอัลลอยที่มีน้ำหนักเพียง 48 ออนซ์  นอกจากนี้ก็ยังมี Beretta 93R เป็นรุ่นปืนพกกลด้วย

ที่มาภาพ

Beretta 92FS Upgrades | Gun Review – Personal Defense World

http://www.military-today.com/firearms/beretta_92.htm

บทการที่คุณอาจสนใจ SVD ปืนไรเฟิลสัญชาติรัสเซียจากสงครามเย็น

บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ